วันที่ 2 กุมภาพันธ์ นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยสถานการณ์ราคาทองคำว่า ราคาทองคำในตลาดโลกปรับลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน นับเป็นการพักฐานที่รุนแรง หลังจากก่อนหน้านี้ราคาปรับขึ้นเร็วและแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้
โดยราคาทองคำในประเทศปรับลดลงตามทิศทางทองคำโลกแล้วกว่า 10,200 บาทต่อบาททองคำ ภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน ขณะที่ราคาทองคำโลกปรับลดลงมากกว่า 1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ สาเหตุหลักมาจากนักลงทุนรายใหญ่ทยอยขายทองคำเพื่อล็อกกำไร หลังจากราคาปรับขึ้นอย่างร้อนแรง ส่งผลให้เกิดแรงเทขายต่อเนื่อง และคาดว่าการปรับฐานดังกล่าวอาจดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากนักลงทุนอาจล้างพอร์ตการถือครองเพื่อทำกำไร ก่อนกลับเข้าสะสมทองคำใหม่อีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำ ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ราคาทองคำแท่ง รับซื้ออยู่ที่ 71,250 บาทต่อบาททองคำ และขายออกที่ 71,450 บาทต่อบาททองคำ ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้ออยู่ที่ 69,826.96 บาทต่อบาททองคำ และขายออกที่ 72,250 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำสปอตอยู่ที่ 4,776 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่ระดับ 31.61 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ ในวันเดียวกันมีการปรับเปลี่ยนราคาทองคำรวมกว่า 69 ครั้ง โดยเป็นการปรับลดลงตั้งแต่ 800 บาท 600 บาท 550 บาท 400 บาท และ 100–300 บาทอีกหลายครั้ง ก่อนจะสลับปรับขึ้น 100–350 บาทอีกหลายครั้ง ส่งผลให้ราคาทองคำสุทธิปรับลดลงรวม 2,750 บาท
นางพวรรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประเมินปัจจัยแวดล้อมจากต่างประเทศ มองว่าบรรยากาศโดยรวมยังไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม ปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่จำนวนมาก และความไม่แน่นอนในอนาคตยังรออยู่ข้างหน้า ทำให้ราคาทองคำยังไม่ถึงขั้นกลับเข้าสู่ภาวะขาลงอย่างชัดเจน
สำหรับอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำ คือ การฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เสนอชื่อนายเควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อจากนายเจอโรม พาวเวล ที่จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมนี้ เนื่องจากเควิน วอร์ช เป็นบุคคลที่มีแนวคิดทางการเงินแบบดุดันและไม่ประนีประนอม (Hawkish) มากที่สุดในบรรดาผู้ถูกเสนอชื่อทั้งหมด ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลลงได้บางส่วน และอาจมีแรงซื้อเชิงเทคนิคกลับเข้ามาหนุนราคาทองคำได้…