จากกรณี นายฐิติ อายุ 26 ปี ผู้เสียชีวิต ถูก นายจีราวัฒน์ อายุ 59 ปี ใช้สากกะเบือทุบหัว โดยมีคลิปที่ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี คนถ่ายคลิป (เป็นลูกสาวเพื่อนผู้เสียชีวิต) ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ผู้ต้องหาใช้สากกะเบือสังหารผู้เสียชีวิต ซึ่งทำผมอยู่ร้านขณะเกิดเหตุ ซึ่งคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตามที่ น.ส.เอ ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มี น.ส.ณัฐธยาน์ อายุ 43 ปี เป็นภรรยา ที่จดทะเบียนกับผู้ต้องหาคือ (เมีย 1) และมี Miss phonephimonh อายุ 34 ปี (เมีย 2) สัญชาติลาว ซึ่งเมียทั้งสองคนนี้ของผู้ต้องหาอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่ม
แต่ตัวต้นเรื่องคือ น.ส.กมลวรรณ หรือ เกด อายุ 30 ปี สัญชาติลาว (อ้างเป็นกิ๊กกับผู้เสียชีวิต) ได้กลับประเทศลาวตั้งแต่ 1 เดือนที่แล้ว ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ก่อนวันสงกรานต์ที่ผ่านมา น.ส.กมลวรรณ ได้มีการโทรเรียกผู้เสียชีวิตให้เข้ามาเอาโทรศัพท์ไอโฟน 15 ที่ร้านเกิดเหตุ ซึ่งผู้เสียชีวิตได้เข้ามาที่ร้านพร้อมเพื่อนวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา แต่ผู้เสียชีวิตได้มากับเพื่อน ทางผู้ต้องหาจึงไล่กลับและบอกให้มาหลังสงกรานต์ ผู้เสียชีวิตจึงขี่รถจักรยานยนต์มาภายในวันเกิดเหตุ จึงเกิดเหตุดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาและเมีย 1 กับเมีย 2 ว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ล่าสุด วันนี้ (18 เมษายน 2569) พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด , พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด , พ.ต.ท.วิศิษฏ์ ชมเชย สว.สส.สภ.ปากเกร็ด ได้นำตัว นายจีราวัฒน์ และ น.ส.ณัฐธยาน์ ภรรยาที่ 1, Miss phonephimonh ภรรยาที่ 2 เข้ามาสอบปากคำและให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเช็ก DNA กับรอยนิ้วมือ และจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป
จากการสอบถาม นายจีราวัฒน์ กล่าวว่า ที่ตนทำไปเพราะป้องกันตัว ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่า เพราะโดนทำร้ายร่างกายก่อน ส่วนเรื่องอาวุธที่ทำร้ายร่างกายคือสากกะเบือ และส่วนเหล็กที่ใช้ในการตีขาผู้เสียชีวิต สาเหตุเพราะป้องกันตัว ตอนนี้ตนไม่มีอะไรจะพูด ส่วนแฟนตนมีทั้งหมด 28 คน และที่อยู่กินด้วยกันมีแค่คนเดียว แต่ตอนเกิดเหตุมีเมีย 1 และเมีย 2 อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาฆาตกรรม และเป็นการป้องกันตัวที่ผู้เสียชีวิตบุกเข้ามา ทางเจ้าพนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องการคัดค้านประกันตัวของทั้ง 3 คน หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป